วิธีล้างห้องเครื่อง ล้างยังไงให้ถูกวิธี?

วิธีล้างห้องเครื่อง ล้างยังไงให้ถูกวิธี?

วันนี้ทางโรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษได้นำข้อมูลดีๆมาแบ่งปันอีกแล้วกับวิธีการล้างห้องเครื่อง ที่ท่านสามารถทำได้ด้วยตัวเอง การทำความสะอาดห้องเครื่องนั้น ไม่ใช่แค่ดูฝุ่นปัดๆ เท่านั้น ควรทำความสะอาดห้องเครื่องยนต์เป็นบางครั้งบางคราวด้วย เนื่องจากเป็นห้องที่สำคัญเป็นอย่างมาก และเป็นการเช็คว่ามีชิ้นส่วนไหนเสียหายหรือไม่ เช่น ปะเก็นต่างๆ มีคราบน้ำมันติดอยู่หรือไม่ มีน้ำมันรั่วหรือเปล่า เพราะถ้าเราทำความสำอาด เราไม่ต้องอายเลยว่าเครื่องเครื่องเราสกปรก จะได้ไม่อายใคร

ล้างห้องเครื่องเองได้ไหม?

และแน่นอนการล้างห้องเครื่องนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเองได้เพียงท่านเรียนรู้เทคนิคเล็กๆน้อยๆที่เรากำลังจะนำเสนอท่านก็สามารถเป็นมืออาชีพได้ เพียงแต่วิธีการล้างต่างหากที่มีความสำคัญ เพราะว่าล้างไม่ได้หมายความว่า เราเอาน้ำมาสาดๆให้เปียก หรือไม่ได้เอาสายยางมาฉีดๆ เพื่อให้มันเสร๊จๆไป ฝุ่นหายไปในพริบตาก็จริง แต่อย่าลืมว่าภายในห้องเครื่องยังมีอุปกรณ์ที่ไม่สามารถโดนน้ำได้อยู่ และด้วยปัจจุบันรถยนต์สมัยนี้เป็นระบบไฟฟ้าซึ่งเราห้ามให้โดนน้ำเด็ดขาด เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของรถ ขั่วแบตเตอรี่ เซนเซฮร์ระบบจุดระเบิด กล่องฟิวส์ และสายหัวเทียน และยังมีอุปกรณือื่นที่ต้องพึงระวังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสายไฟที่เจอน้ำจนเกิดการเปื่อยขาด หากใครที่ต้องการล้างเองจริงๆ ต้องรู้เรื่องระบบเครื่องยนต์พอสมควร

ข้อดีของการล้างห้องเครื่อง

ข้อดีของการล้างห้องเครื่อง มีประโยชน์มากมาย นอกจากฝุ่น คราบดิน คราบน้ำมันต่างๆ ที่เราทำความสะอาดไปแล้ว ประโยชน์อย่างหนึ่งยังระบายความร้อนและยังสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆได้ตัวเองและยังมีประโยชน์มากมาย เช่น

  • ช่วยให้เครื่องยนต์ระบายความร้อนได้ดี เพราะเศษคราบดิน ฝุ่นต่างๆถูกล้างไป ทำให้เครื่องยนต์มีที่ระบายมากขึ้น และทำให้ประหยัดน้ำมันอีกด้วย
  • ช่วยลดปัญหาการเกิดสนิม เพราะเราทำความสะอาดห้องเครื่องบ่อยและเป่าให้แห้งเสมอ เลยลดการเกิดสนิม
  • ช่วยขจัดคราบสิ่งสกปรก เพราะถ้าเราไม่ล้างให้ดีก็เกิดการหมักหมมของเครื่องยนต์เลยทำให้เกิดการเปลืองน้ำมัน
  • ช่วยทำเห็นคราบรอยรั่วตามชิ้นส่วนต่างว่ามีจุดชำรุดตรงไหรบ้าง เราจะได้แก้ไขให้ถูกจุดและแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น

 

สิ่งที่ต้องพึ่งระวังในการล้างห้องเครื่อง

เลี่ยงได้เลี่ยง แต่ท่านสามารถล้างได้ตามปกติ ภายในห้องเครื่องรถยนต์นั้น มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการล้างทุกครั้งเราจะเจอคราบน้ำมันต่างๆเป็นปกติและประเก็นฝาวาล์ว ที่ทำหน้าที่ป้องกันการไหลของน้ำมันอาจจะเสื่อมได้ เมื่อคราวบดิน คราบฝุ่น หมักหมมเป็นเวลานาน จะทำให้เครื่องยนต์ไม่ระบายความร้อน ระบายได้ไม่ดี เมื่อเราล้างห้องเครื่องงรถยนต์เราสามารถตรวจสอบว่าจุดไหนมีการเสื่อม หรือชำหรุดอีกด้วย และยังพึ่งระวังอีกอย่างคือ ท่านต้องเลี่ยงกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด เพราะเป็นไฟฟ้าในการทำงาน

กันไว้ก่อนไม่เสียหาย ซึ่งก่อนล้างท่านต้องศึกษาห้องเครื่องให้ดีก่อนว่าอุปกรณ์แต่ละตัวนั้นทำงานอย่างไร ต้องทราบว่าแต่ละส่วนทำงานอย่างไร และส่วนไหนไม่สามารถโดนน้ำได้ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า เช่น คอยล์ ขั้วปลั๊กไฟ กล่องฟิวส์ในรถ จานจ่าย สายหัวเทียน  เราต้องหุ้มด้วยพลาสติก พันด้วยเทปกาว ไม่ให้น้ำเข้าได้เด็ดขาด

อย่าล้างบ่อย ห้องเครื่องรถยนต์ไม่จำเป็นต้องล้างบ่อย เนื่องจากพลาสติกอาจจะเสื่อมสะภาพได้ ทำให้แตกง่าย หรือมีสนิมตามรอยตะเข็บ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้า พยายามเลี้ยงการขับลุยน้ำหรือโคลน เพื่อป้องกันรถ ไม่ให้เกิดความสกปรกเลอะห้องเครื่องได้ และแก้ไขทันทีเมื่อเจอน้ำมันรั่ว เพื่อความปลอดภัยของรถท่านเอง

เคล็ดลับที่ไม่ลับเพิ่มพลังในการขจัดคราบ

  • น้ำมันเบนซิน ใช้ในกรณีที่น้ำมันจับตัวกันเป็นคราบที่ขจัดได้ยาก แข็ง เหนียว แต่ไม่ควรใช้กับพลาสติกเพราะอาจจะทำให้เกิดคราบขาว
  • น้ำมันดีเซล ใช้ในกรณีที่ห้องเครื่องสกปรกน้อย เพื่อมความเงางามในส่วนที่เป็นอลูมิเนียม

ล้างห้องเครื่องจำเป็นไหมต้องทำบ่อยหรือไม่

วันนี้ทางเรา โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ ของเราจะมาอธิบายว่าต้องล้างเครื่องบ่อยไหม เพราบางคนคิดว่าการล้างห้องเครื่องไม่ใช่สิ่งจำเป็น และอยากล้างห้องเครื่องบ่อๆแต่เราไม่จำเป็นต้องล้างเครื่องให้บ่อย เพราะเราใช้แค่เพียงเอาผ้ามาเช็ดแค่นั้น ฝุ่นก็ไม่เกาะแล้ว แต่การล้างห้องเครื่องนั้นคุณต้องมีเวลาว่างมากพอ เพราะมันมีส่วนที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก การดูแลรักษารถยนต์ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถล้างไ เราต้องทำความเข้าใจอุปกณ์ให้ท่องแท้ก่อน เมื่อเข้าใจแล้วก็ล้างเองตามใจชอบ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  1. น้ำยาสำหรับล้างเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นน้ำยาเฉพาะเท่านั้น
  2. โบลเวอร์เป่าลม เพื่อทำความสะอาดเสร็จและเป่าให้แห้งทันทีกันสนิม
  3. น้ำยาไล่ความชื้น เนื่องจากเป่าให้แห้งคงไม่พอกับความชื้นที่อยู่ตามซอกร่อง จึงจำเป็นต้องมี
  4. น้ำยาเคลือบเงาแวกซ์ เพื่อความคงทนนานสวยดูใหม่
  5. ประแจขันน็อต เนื่องจากอุปกรณ์บางชิ้นได้ขันน็อตเพื่อทำความสะอาดจำเป็นต้องใช้
  6. ฟิล์มถนอมอาหารเพื่อถนอมบริเวณที่เราจะทำความสะอาดปริแตก
  7. น้ำยาไล่ความชื้น เอาไว้ฉีดไล่ความชื้น

ขั้นตอนล้างห้องเครื่อมีดังนี้

  1. ก่อนเราจะทำความสะอาดห้องเครื่องยนต์นั้นให้เราทำการดับเครื่องยนต์ให้สนิทและทำการถอดขั้วแบตเตอรี่ออก
  2. นำฟิล์ถนอมอาหารที่เราเตรียมไว้พันให้รอบส่วนที่อาจจะเกิดความเสียหายจากความชื้นและน้ำได้ เช่น ระบบไฟฟ้า จานจ่าย และส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขั่วแบต ขั้วปลั๊กต่างๆ ฟิวส์ระบบกรอง
  3. ใช้สายยางฉีดน้ำให้ทั่วเพื่อทำความสะอาดให้ฝุ่น ดิน โคลน ออก โดยเราควรระวังส่วนที่หุ้มฟิล์มเอาไว้
  4. ผสมน้ำยากับน้ำสะอาดด้วยสัดส่วนที่พอเหมาะ นำผ้าไมโครชุบแล้วบิดให้หมาดๆแล้วนำมาเช็ดให้ทั่วให้สะอาดตามซอกมุมเล็กๆนั้นเราใช้แปรงสีฟันในการทำความสะอาด
  5. เป่าให้แห้งด้วยโบลเวอร์ และนำฟิล์มถนอมอาหารออก
  6. เคลือบส่วนพลาสติกและยางด้วยน้ำยาเคลือบแวกซ์ เป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานนานขึ้น
  7. ทำการฉีดน้ำยาไล่ความชื้นบริเวณระบบไฟฟ้าและจุดระเบิด
  8. ทำการใส่ขั่วแบตเตอรรี่ให้เรียบร้อย แล้วทดสอบสตาร์ทเครื่องยนต์ หากสตาร์ทไม่ติดให้นำน้ำยาไล่ความชื้นฉีดเข้าไปที่ระบบไฟฟ้าและที่จุดระเบิดอีกครั้ง
  9. ตรวจเช็คอุปกรณ์ให้เรียบร้อยว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่

บทส่งท้าย ท่านสามารถตรวจสอบเช็คเครื่องยนต์ด้วยตัวเองได้

ท่านสามารถตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆ ระบบ ก่อนปิดฝากระโปรงเพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการล้างห้องเครื่องโยท่านสามารถเช็คระบบต่างๆเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของท่านเอง โดยท่านสามารถตรวจเช็คดังนี้

  1. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเครื่อง
  2. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเกียร์ออโต้ (สำหรับรถยนต์เกียร์ออโต้)
  3. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำกลั่นในแบตเตอรี่ (สำหรับแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น)
  4. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ และในถังพักน้ำสำรอง
  5. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเบรค
  6. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันครัช (สำหรับรถยนต์เกียร์ธรรมดา)
  7. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
  8. ทำการตรวจเติม น้ำในถังน้ำฉีดกระจก
  9. ทำการตรวจเช็ค ไส้กรองอากาศรถยนต์
  • ทำการตรวจเช็ค ปรับตั้ง สายพานคอมแอร์

หลังจากการตรวจเช็คอันเป็นว่าจบกระบวนการแล้วถ้าท่านเจอสิ่งที่ผิดปรกติท่านก็สามารถแก้ไขได้ทันที

เป็นไงกันบ้านครับสำหรับข้อมูลที่ทางเรา โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ ได้นำมาเสนอเพราะเราใส่ใจนักขับขี่หลายคน จึงทำให้เราเป็นโรงเรียนสอนขับรถที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ อีกทั้งเรายังเป็นเว็บที่เปิดให้บริการมานานเปิดตลอด 24 ชั่วโมงให้สอบถามรายละเอียด หรือเพื่อนัดวันสอนขับรถ ทั้งนี้เรายังบริการท่านด้วยใจพร้อมบริการท่านแล้ววันนี้เพียงท่านสมัครผ่าน ID LINE หรือ สอบถามข้อมูลผ่าน No1Drive พิมพ์ใน Google  จะขึ้นอยู่หน้าแรก ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดสอนขับรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซได้ทันที เราจะคอยดูแลท่านดั่งญาติมิตร

โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ